เรื่องราววุ่นวายต่างๆ เริ่มต้นจาการที่ข้าพเจ้าได้นัด Matio กับจิกั้งไปเดินถนนเทคโนโลยีในวันเสาร์ที่ผ่านมา(แต่จิกั้งปฏิเสธที่จะไปด้วยเนื่องจาก เหตุผลทางการเงิน)  

ส่วน Matio เกิดเสียท่าถูกโฮมุนครูสจับบังคับให้เปิดประตูแห่งสัจธรรม จนเสียดวงตากับขาไป  เลยไปด้วยกันไม่ได้ สรุปง่ายๆ คือกลายเป็นว่าต้องไปคนเดียวแล้วสิ (โธ่...ไม่หน้าเลยไอ้เพื่อนยาก)

และด้วยความประมาท ผมเลยกะจะค่อยออกไปวันอาทิตย์ทีเดียว(โดยลืมไปว่าวันอาทิตย์มีแผนการเพียบ)
และซ้ำร้าย ด้วยความประมาทขั้นสองทำให้ดันมัวแต่ทำงาน(ทำเล่นเองไม่มีคะแนน) และดูเมะจนถึงตี 5 

กลายเป็นว่าไม่ได้นอนเลย (เพราะ 6โมงก็ต้องรีบตื่นมาซักผ้่า+ทำความสะอาดห้อง(ดองมาหลายวันแล้ว))
  จากนั้นก็รีบบึ่งออกไปฟิวเจอร์ เพราะรับปากเลดี้ท่านหนึ่งไว้ว่าจะไปดูราคา GPS ให้ถ้าราคาดีกว่าเชียงใหม่จะได้โอนเงินมาฝากซื้อเลย(ไอ้ผมมันก็ปฏิเสธไม่ค่อยเป็นซะด้วยใครขอมาก็ช่วยหมด) + จะเอาการ์ตูนไปขายทิ้ง(ตู้เริ่มล้น เงินในบัญชีเริ่มร่อยหลอ) ซึ่งก็เหมือนไม่น่าจะมีปัญหาเพราะถึงไง ผมก็ต้องต่อคิวรถตู้ที่นั่นอยู่แล้ว แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อไปถึงหน้าร้านก็ปรากฏว่า.....ร้านยังไม่เปิด !!  

โทรไปหาเจ้าของร้านก็ได้ความว่าจะเปิดร้าน ตอนเที่ยงด้วยความเซ็งก็เลยนั่งไล่เล่นเกมตู้เริ่มจากเกมปั่นจักรยาน
(ถ้าใครเห็นไอ้บ้าใส่แจ๊คเก็ตดำเหมือนของพรรคประชาธิปัตย์ นั่งปั่นจักรยานหลอกเด็กอยู่ นั่นแหละผมหล่ะ) 

ตามด้วย Virtual On ซึ่งไอ้สองเกมนี้ใช้เงินเล่นตาละ10 บาทแท้ๆ
(เกมอื่น 20บาท) แต่ไอ้ผมก็ดันเล่นจนเงินที่ได้จากการขายหนังสือ(ได้มา200) เกือบหมดรวมค่าทาโกยากิที่กินเป็นมื้อเช้าและเที่ยง
กว่าคนขายมันจะปรากฏตัว  ก็ปาไปบ่ายเกือบบ่ายโมง

หลังจากเข้าไปเคลียร์ราคากับคนขายแล้ว ก็เลยโทรหาเลดี้คนดังกล่าว ผลปรากฏว่า....ไม่รับสายซะงั้น!!!
เอาเหอะ...ไม่โกรธหรอก ไม่สิถึงไงผมก็โกรธเธอไม่ลงอยู่แล้วล่ะนะ กว่าจะติดต่อได้ ก็ปาไปเป็นชั่วโมง ผลปรากฏว่า เธอไม่สบายอยู่ เลยไม่ได้รับสาย(เฮ้ย ทำไมสองสาวที่ผมโทรหาดันเดี้ยงกันหมดเลยฟะ Matio ก็เดี้ยงไปคนแล้ว ถ้าแม่ผมป่วยด้วยแสดงว่าผมคงเป็นบุรุษต้องคำสาปไปแล้วล่ะสตรีใดคุยโทรศัพท์ด้วยจะมีอันป่วยกันหมด)

ส่วนเรื่องฝากซื้อก็พับไปก่อน เพราะเจออีกเครื่องที่สเปคคล้ายๆ กันที่เชียงใหม่แล้ว (น่าจะเครื่องรุ่นเดียวกันล่ะมั๊ง)และเธอแอบกลัวคนขายที่พูดสำเนียงฮ่องกงด้วย

หลังจากการเจรจาทางการค้าล้มเหลว(ชิ...กะจะแอบเก็บค่านายหน้าจากส่วนลดสักหน่อย!!...ว่าไปนั่น555+)
ผมก็รีบขึ้นรถบึ่งขึ้นรถตู้ไปสู่เมืองทองธานี เพื่อไปดูหน้า"สาวไม่แท้"อีกคน("ไม่แท้"เพราะเธอไม่ใช่มนุษย์)ทว่าเรื่องยังไม่จบ เพราะคนที่ผมขึ้นมัน"ผ่าน"เมืองทอง ไม่ได้เป็นเป้าหมายปลายทาง แล้วผมก็ดันไม่รู้จักเมืองทองอีกต่างหาก ผลคือนั่งเลย(แถมผมก็นั่งสัปผงกไปตลอดทางด้วย)

กลายเป็นเสียค่าแทกซี่ไปอีก 75 (กลายเป็นว่าแทบจะไม่ถูกกว่านั่งแทกซี่จากฟิวเจอร์เลย เพราะค่ารถตู้ก็ 25)

 

 

แต่ในที่สุดหลังตะลุยอะไรมาทั้งวัน(ทั้งที่ไม่ได้นอนสักชั่วโมง) ผมก็มาถึงอิมแพคสักที

 

สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา(ไม่นับป้ายทางเข้าและปฏิมากรรมประจำอีเวนท์)นั่นก็คือ....

 

  
  พีระมิดไอยคุป ซึ่งเป็นธีมหลักของปีนี้แต่ทำไมท่านฟาโรห์หน้าตาดูเอเชี๊ยเอาเชียจัง
อย่างกะคนญี่ปุ่นเลย

 

  
พอเข้าไปข้างก็มีการแสดงสเปชเชี่ยวเอฟเฟคท์แสงสีเสียง(เปิดเทป เปิดแสงไฟวิบวับ)
  แล้วมีการพูดถึงความลึกลับของเทคโนโลยีและวิทยาการไอยคุป ทำสวยดีทีเดียว



ซึ่งดูจนจบผมก็ไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับบรรดาหุ่นยนต์จากบริษัทไซเบอร์ไดน์ทั้งหลายในงานนี้ฟะ
(แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าผมไม่ได้นอนเลยสักชั่วโมง ดูไม่รู้เรื่องก็ไม่แปลกหรอกจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันพูดอะไรในคลิป รู้แต่หุ่นต่างมิติมนุษย์จากอนาคตอะไรสักอย่าง)

 

 หลังจากออกจากพิระมิดอย่างมึนงง ผมก็ตรงแน่วไปหา"สาวไม่แท้"ที่ว่า และเธอก็คือนางเอกของงานนี้นั่นเอง
Actroid หรือน้องแอ๊คต๋อยนั่นเอง(เรียกตามเน็นด๋อย) 

 
ส่วนตัวแล้วผมทั้ง ประทับใจและผิดหวังนะ หลังจากได้เห็นตัวเธอตัวเป็น
ที่ประทับใจ คือส่วนของทาท่างการเคลื่อนไหวที่พริ้วมากจนแทบจะไม่ต่างจากคนจริงๆ เลย
เสียแค่แอบที่จังหวะสปริงตัวเล็กๆ น้อยๆเวลาออกท่าออกทางจะตัวสั่นหน่อยๆ สงสัยจะขี้อายมาก
แต่การเคลื่อนไหวเหนือชั้นกว่าเวอร์ชั่นที่ผมเคยเห็นในเน็ตมากหลายเท่า เรียกว่าถ้าแก้เรื่องตัวโยกแล้วก็แทบจะไม่เจอจุดด้อยเรื่องการเคลื่อนไหวเลยสักนิด 

หน้าตาผิวพรรณก็แทบจะไม่ต่างจากมนุษย์เลย ตอนอยู่มหาลัยเก่าเคยนั่งเถียงกับเพื่อนอยู่เลย เพราะเพื่อนไม่เชื่อว่าเธอเป็นหุ่นยนต์   

ส่วนที่ผิดหวังก็คือความเข้าใจผิดของผมเอง ที่ผมดันเข้าใจว่าเธอเป็น AI คิดเองได้ คุยกับคนรู้เรื่อง เหมือนอาซิโม่ แต่ที่จริงแล้วเธอเป็นหุ่นเชิดสังหารแฮะ คือต้องกดปุ่มเลือกคำพูดให้เธอน่ะ ยิ่งพี่พนักงาน คนกดปุ่มเขาแอบมีดีเลย์หน่อย เธอยิ่งเหมือน NPC ในเกมภาษาเข้าไปใหญ่เลย

 แต่ผมจำได้ว่าในคลิปของทางญี่ปุ่นพิธีกรแอบแกล้งแต๊ะอั๋งเธอแล้วโดนตบสวนด้วย ผมเลยคิดว่าเขาโปรแกรมเอาไว้ให้เธอรับมุขอัตโนมัติซะอีกแสดงว่าเขาคงแค่ใส่คำสั่งพิเศษเพิ่มไปอีกปุ่มล่ะมั๊ง 


ปุ่มสำหรับเลือกบทสนธนา 

 


ใบหน้าอันแสนงดงาม

 

 มือต๋อยเีนียนนุ่มเพราะต๋อยใช้นีเวียร์ค่ะ  

 

 
มือที่งดงามเหมือนนางแบบ

 

 
ท่อนขาอันเรียวงามได้สัดส่วน เพราะต๋อยดื่มวีต้าทุกคืนค่ะ

 


สะโพกดินระเบิด

 

 
ต๋อยเลือกใช้ยาสีฟัน คอลเกต ยาสีฟันที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้

 


ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ

 

 
"เอาล่ะคอนเนอร์ นี่คือชิ้นส่วนที่บริษัทไซเบอร์ไดน์เก็บได้นะ"

http://s38.photobucket.com/albums/e107/cdaz/?action=view&current=Actroid_clip2.mp4 


แท่มๆๆ แท่มๆ (เพลงเปิดคนเหล็ก)

 http://s38.photobucket.com/albums/e107/cdaz/?action=view&current=Actroid_clip3.mp4 


ภาพสั่นหน่อยๆ เพราอันนี้เป็นตัวโชว์ไฮโครลิก ให้เราเหยียบๆ แท่นเหยีบแล้วมือจะขยับ
แน่นอน ผมเหยียบไปถ่ายไป

 


"จอห์น คอนเนอร์ใช่ไหม" 

 


และก็ถึงเวลาที่รอคอย บรรดาหนุ่มๆพอกันจิ้มเศษเนื้อจากร่างสาวงามกันใหญ่
ผิวสัมผัสเหมือนจริงมาก สองอันทางซ้ายออกแข็งๆ ไม่รู้ผิวส่วนไหน ผมก็ไม่ได้โรคจิตไล่จิ้มตัวผู้หญิงทิ่เดินผ่านหน้าทุกคนจนรู้รายละเอียดขนาดนั้นเสียด้วย

 ส่วนทางขวานุ่มนิ่มสมจริงมากน่าจะเป็น...ต้นแขน คิดว่างั้นนะน่าจะเป็นต้นแขนล่ะมั๊ง

 

 

และสุดท้าย ความลับของสาวงาม ในเมื่อกล้าเล่นมุขนี้ ผมก็กล้าหยิบมาดม..เอ้ยหยิบกล้องมาถ่าย
คนคิดก็ช่างเอาฮาได้ใจจริงๆ

 

หมดละสำหรับเซ็ตของนางเอก
ในงานไม่ได้บอกไว้ว่าทางทีมพัฒนามีเป้าหมายในการสร้างเธอด้วยจุดประสงค์ใด(อย่างอาซิโม่นั้นทางฮอนด้าต้องการผลิตหุ่นรับใช้) 

แต่ในวิคิพีเดียพูดถึงไว้ว่ามีการเปิดให้จองตัวเธอไว้แล้วในราคา  20,000 เหรียญ แต่ดูจากสไตล์การประชาสัมพันธ์พวกภาพประกอบแนวโมเอะๆ แล้วคิดว่าน่าจะต้องการเอาไปเป็นนางกวักหน้าร้านล่ะมั๊ง

ถือว่าไอเดียเจ๋งดีเหมือนกัน หลังจากประสพความสำเร็จในการดันไอดอลดิจิตอล(จำชื่อไม่ได้แล้ว) และนักร้องดิจิตัลไปแล้ว(มิกุ)
พี่ยุ่นก็หันมาดันไอดอลหุ่นกระป๋องบ้าง 

 


รายการต่อไป หลังจากนางเอกไปแล้ว เราก็มาดูนางรองกันบ้าง(งานไม่มีพระเอกเพราะอาซิโม่ไม่มา(สงสัยตกบันไดขายังไม่หายเจ็บ)) 
เธอคือ  I-Fairy แต่ผมรู้แค่นั้นแหละแถมเธอดูจะเป็นขวัญใจเด็กๆ มาก จนผมไม่รู้จะแทรกเข้าไปดูรายละเอียดยังไงดี (และดูเหมือนจะไม่ได้แปะข้อมูลอะไรเอาไว้ด้วยสิ รู้แค่เธอมาจากญี่ปุ่น และดูเหมือนจะเป็น AI นะ)


เห็นมีข่าวว่าเธอ จัดพิธีแต่งให้คู่บ่าวสาวได้ด้วย ถึงโดนนางเอกกลบรัศมีหมด(แม้แต่ข้อมูลในวิคิก็ไม่มี)
แต่ผมว่าเธอก็น่ารักดีนะ เหมือนอาซิโม่เวอร์ชั่นสาวน้อย 
http://en.akihabaranews.com/46636/robot/i-fairy-robot-officially-wed-a-couple-in-japan
ข่าว I-Fairy จัดพิธีแต่งงาน

 

หลังจากนางรองรองแล้วก็ต้องตามด้วยตัวประกอบสินะ 

และสิ่งประดิษฐ์ชิ้นต่อไปนั่นก็คือ

 


"จักรยานสีแดง!!!!  เหมือนจักรยาน ขี่เอง ไม่มี ใครมา ลากไป"
ใช่แล้วครับ มันคือจักรกยานที่ปั่นเองได้ ไม่ล้มด้วย(เขาว่างั้นอ่ะนะ ไม่ได้ไปลองถีบเขาดูว่าจะล้มไหม)

 

 
และอันดับต่อไปก็คือบ่อน้ำซาดาโกะระบบ มัลติทัชสกรีน แตะตรงไหนตรงนั้นจะมีดอกไม้โผล่ขึ้นมา ไม่หวือหวามากแต่ใกล้ตัว อันนี้ไม่ได้ชวนตะลึงแต่เป็นเทคโนโลยีที่คาดว่าน่าจะมาอยู่ในบ้านได้ในเวลาไม่นาน
ไอโฟนก็ทำได้แล้ว แต่ไอโฟนมันจอเล็ก

 

 
อันนี้ก็มัลติทัชสกรีนเหมือนกันแต่อันนี้เป็นแบบฉายโปรเจคเตอร์ลงฟื้นแทนที่จะอยู่ในจอ 
อันนี้แตะแล้วจะเป็นระรอกคลื่นแทน (อีกอีกอันเป็นเกมเหยียบเอเลี่ยนน่าสนุกดี แต่เห็นเด็กๆเขาเล่นเลยไม่กล้าเข้าไปแย่งเล่น) 

 


หุ่นยนต์ควบคุมด้วยแท่นปากกา(ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี)
เป้าหมายน่าจะเอาไปใช้ในการแพทย์ล่ะมั๊ง 

 


หุ่น ThaixPole ที่เคยส่งไปขั้วโลกใต้

 


เครื่องสไลส์ผัก

 


เครื่องแกะข้าวโพดเวลาใช้ต้องไหว้ข้าวโพดด้วย(จริงๆเขาน่าจะมุดหน้าแก้ง่วงเฉยๆมั๊ง) 

 
ยูนิตใหม่จากเกม Ghost Recon ภาค Future War ที่กำลังจะวางแผง
เอาไปใช้ชายแดนใต้น่าจะมีประโยชน์กว่า GT200 ลูกรักของท่านไก่อู กับคุณหมอพรดริฟท์ 

 


หุ่นยนต์อะไรสักอย่างจำไม่ได้แล้ว

 


เซ็ตเครื่องดนตรีไทยที่เล่นได้เอง (แต่เสียงระนาดไม่ค่อยกังวาลนะ)

 

และณจุดนี้ก็กลับเข้าสู่เรื่องวุ่นวายอีกครั้งเมื่อ...กล้องผมเต็ม และผมก็ดันลืมลบภาพถ่ายหลายๆ ภาพที่ยังไม่ได้อัพลงเครื่องเลยด้วย เซ็งเห็ดมาก!!(แต่ผมเพิ่งรู้ตอนกลับมาที่หอนะ)

 

หลังจากปัญหากล้องเต็มและลบจนขี้เกียจลบก็เข้าไปดูการแข่งขันหุ่นยนต์ สนุกดีทีเดียวดูในสนามแบบนี้ได้อารมณ์กว่าหน้าจอทีวีเยอะเลย 

 

และการเดินทางอันแสนเหนื่อยยากของผมในวันนี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ 
แต่ระหว่างเดินทางกลับก็ดันมีปัญหาเล้กน้อย นั่นคือวันนีรถติดมาก รถตู้เลยต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินรถและถึงที่หมายช้าโคตร ผมเลยต้องนั่งแทกซี่ต่อ(เพราะรถตู้ ไปม.รังสิตวิ่งแค่6 โมงเย็น)

ระหว่างนั่งกลับก็คุยกับคนขับเรื่องแก๊สกับน้ำมัน(เพราะได้ยินเสียงแ๊ก๊งๆ ซึ่งเ็ป็นเสียงเวลาแก๊สใกล้หมดเลยรู้ว่าเป็นแก๊ส) 

และค่อยๆ ต่อยอดเป็นเรื่องพลังงานทดแทน แต่แอบจี๊ดตอนที่คุยถึงพวกงานวิจัยนักศึกษา
ลุงคนขับเขากลับมองว่า

"นักศึกษาสมัยนี้ผมว่าส่วนใหญ่ จะเรียนเน้นจะเป็นดาราเป็นคนดังมากว่าจะเรียนจริงจังนะ" 

ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยแฮะ พวกที่เรียนแบบขอไปทีก็มีเยอะ หรือคนที่เรื่องเอาเท่ห์เรียนให้ติดยศว่ากรูมีปริญญา เรียนเพื่อให้รู้ว่าเป็น นศ.จะได้มีราศีเวลาจีบสาว/อ่อยหนุ่ม แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนสักหน่อยนา

หลายๆ คนเรียนเพราะฝักใฝ่ในสายงานที่เขาหลงรัก อย่างผมเองก็ใช่ถึงจะพลาดจนต้องย้ายที่เรียนมาเที่ยวนึงแล้วก็เถอะ แต่สุดท้ายผมก็เรียนต่อไปเพราะผมฝักใฝ่จริงๆ ถึงไงผมก็หลงไหลงานด้านสื่อบันเทิงมากจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ทู่ซี้เรียนต่อหรอก

หรืออย่างงานวิจัยเจ๋งๆ หลายอย่างของนักศึกษาที่ไม่ได้ีรับการขยายผลต่อ(เช่นหุ่นกู้ภัยที่ไปชนะญี่ปุ่นได้แต่ผู้ใหญ่บ้านเราเขานิยม GT200 กับ  แล้วก็น้ำป้าเช็งมากว่ามันสมองของเด็กๆ นี่สิที่น่าเจ็บใจสุดๆ)

 หรือหุ่นติดปืนที่ผมล้อว่ามาจาก Ghost Recon นั่นก็ด้วย ผมว่าถ้าต่อยอดได้จะเจ๋งมาก(เกม Ghost Reaconเอง ภาคนี้ตัวผู้สร้างเกมก็ศึกษาจากเทคโนโลยีการทหารของสหรัฐ หมายความว่ารัฐบาลสหรัฐยังคิดจะใช้)

 แต่เชื่อเหอะ สุดท้ายก็แค่มาชมเด็กพอเป็นพิธี แล้วก็ทำเป็นเหมือนไม่เคยมีไอเดียเหล่านี้เกิดขึ้น
สุดท้ายก็ได้แต่รอ ให้สหรัฐโละทิ้งแล้วเราค่อยซื้อมาใช่ ไม่ก็ใช้ Alpha 6 ขว้างหัวข้าศึกนั่นแหละ

 

บ่นทิ้งท้ายซะแล้ว ขอจบเอนทรี่ที่ยาวที่สุดในชีวิตผมลงเท่านี้ละกันครับ สวัสดีครับ

 

ภาพทิ้งท้ายหุ่นยนต์ ที่ญี่ปุุ่นทำร่วมกับไทย เอามาแปะทิ้งท้ายเพราะผมถ่ายคลิปไม่ติดเลยอวดอะไรไม่ได้เลย
(เพราะไม่เห็นการเคลื่อนไหว)

  

edit @ 14 Jun 2010 00:57:36 by CDAZ